ลิปสติกลิปสติกเป็นเครื่องสำอางทรงพลังที่สามารถเปลี่ยนลุคของคุณได้ในทันที อย่างไรก็ตาม การรักษาริมฝีปากให้สวยสมบูรณ์แบบตลอดทั้งวันอาจเป็นเรื่องท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาลิปสติกเลอะ สีซีดจาง หรือแตกเป็นริ้ว การรักษาสีลิปสติกให้สวยงามไร้ที่ติจึงต้องอาศัยกลยุทธ์เล็กน้อย นี่คือเคล็ดลับที่ได้ผลจริง ๆ ที่จะช่วยให้ลิปสติกของคุณติดทนนานขึ้นและทำให้คุณดูสวยงามตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
1. ขัดผิวและให้ความชุ่มชื้น
การขัดผิว
เริ่มต้นด้วยการเตรียมริมฝีปากให้เรียบเนียนด้วยการขัดผิวริมฝีปาก การขัดผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยให้ลิปสติกติดทนนานขึ้น คุณสามารถใช้สครับริมฝีปากสูตรอ่อนโยนหรือทำเองได้โดยใช้ส่วนผสมของน้ำตาลและน้ำผึ้งเล็กน้อย นวดส่วนผสมเบาๆ ลงบนริมฝีปากแล้วล้างออก
การให้ความชุ่มชื้น
หลังจากขัดผิวแล้ว ให้ทาลิปบาล์มบำรุงริมฝีปากเพื่อให้ริมฝีปากนุ่มและชุ่มชื้น รอสักครู่ให้ลิปบาล์มซึมซาบจนหมดก่อนทำขั้นตอนต่อไป วิธีนี้จะช่วยให้ริมฝีปากเรียบเนียนโดยไม่มันเยิ้ม ซึ่งอาจทำให้ลิปสติกหลุดลอกได้
2. ใช้ไพรเมอร์สำหรับริมฝีปาก
เช่นเดียวกับการใช้ไพรเมอร์บนใบหน้า ไพรเมอร์สำหรับริมฝีปากก็สามารถสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์แบบสำหรับลิปสติกของคุณได้ มันช่วยเติมเต็มริ้วรอยเล็กๆ และสร้างพื้นผิวที่เรียบเนียน ช่วยให้ลิปสติกติดทนนานขึ้นและป้องกันการเลอะ ทาบางๆ แล้วทิ้งไว้สักหนึ่งนาทีก่อนทาลิปสติก
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ประกายวิบวับลิปสติกเนื้อครีมไดมอนด์| ฉลากส่วนตัว | TOPFEEL
หลากสีลิปสติกสีครีมมุก| สินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง | TOPFEEL
สองสีลิปสติกแม่เหล็กประกายระยิบระยับ| สินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง | TOPFEEL
3. วาดขอบปากและเติมสีด้วยลิปไลเนอร์
ลิปไลเนอร์เป็นไอเท็มสำคัญที่จะช่วยให้ลิปสติกติดทนนานขึ้น เลือกลิปไลเนอร์ที่มีสีตรงกับสีลิปสติกของคุณ วาดขอบปากเพื่อกำหนดรูปทรงและป้องกันลิปสติกเลอะ จากนั้นใช้ลิปไลเนอร์ระบายให้ทั่วริมฝีปาก วิธีนี้จะช่วยเป็นฐานให้ลิปสติกติดทนและติดทนนานขึ้น
4. ทาลิปสติกด้วยแปรง
การใช้แปรงทาลิปสติกช่วยให้ทาลิปสติกได้แม่นยำและเรียบเนียนกว่าการทาจากแท่งโดยตรง นอกจากนี้ยังช่วยให้ลิปสติกซึมเข้าสู่ริมฝีปากได้ดีกว่า ทาบางๆ ก่อน แล้วซับด้วยกระดาษทิชชู จากนั้นทาซ้ำอีกชั้น เทคนิคการทาแบบนี้จะช่วยให้ลิปสติกติดทนนานขึ้น
5. ซับให้แห้งและเซ็ตด้วยแป้งฝุ่น
เพื่อให้ลิปสติกติดทนนานยิ่งขึ้น หลังจากทาลิปสติกชั้นแรกแล้ว ให้ใช้กระดาษทิชชูซับริมฝีปากเบา ๆ จากนั้นวางกระดาษทิชชูแผ่นบาง ๆ ทับลงบนริมฝีปาก แล้วใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสงแตะเบา ๆ ทับลงไป แป้งนี้จะช่วยให้ลิปสติกติดทนนานโดยไม่ทำให้สีลิปสติกหมองลง จากนั้นทาลิปสติกชั้นสุดท้ายเพื่อล็อคลิปสติกให้ติดทนนานยิ่งขึ้น
6. หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมันสูง
อาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมันสูงสามารถทำให้ลิปสติกของคุณหลุดลอกเร็วขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก หรือเลือกใช้ช้อนส้อมในการรับประทานอาหารเพื่อลดการสัมผัสโดยตรงกับริมฝีปาก การดื่มน้ำผ่านหลอดก็ช่วยรักษาสีลิปสติกได้เช่นกัน
7. เติมแต่งเพียงเล็กน้อย
หากคุณต้องการเติมลิปสติกระหว่างวัน ให้ทำอย่างระมัดระวัง การทาลิปสติกหลายชั้นเกินไปอาจทำให้ลิปสติกดูหนาและไม่สม่ำเสมอ ควรใช้กระดาษทิชชู่เช็ดลิปสติกส่วนเกินออกเบาๆ แล้วทาลิปไลเนอร์ใหม่ จากนั้นจึงทาลิปสติกชั้นใหม่ลงไป
8. เลือกใช้สูตรที่ติดทนนาน
เลือกใช้ลิปสติกสูตรติดทนนานหรือสูตรแมตต์ ซึ่งมักจะติดทนนานกว่าสูตรเนื้อครีมหรือเนื้อเงา หลายแบรนด์มีลิปสติกสูตรติดทนนานที่อยู่ได้นานหลายชั่วโมงโดยไม่ต้องเติมบ่อยๆ
9. หลีกเลี่ยงลิปกลอส
แม้ว่าลิปกลอสจะช่วยเพิ่มความเงางามสวยงามได้ แต่ก็มักจะหลุดลอกเร็วและทำให้ลิปสติกจางลงด้วย หากต้องการความเงางามเล็กน้อย ควรเลือกใช้ลิปกลอสชนิดติดทนนานที่ออกแบบมาเพื่อทาทับลิปสติกโดยเฉพาะ หรือทาบางๆ เพียงตรงกลางริมฝีปาก
ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ คุณจะสามารถมีสีลิปสติกที่สดใสและติดทนนานตลอดวัน จำไว้ว่ากุญแจสำคัญอยู่ที่การเตรียมและการลงผลิตภัณฑ์ให้เรียบร้อย ขัดผิว บำรุงริมฝีปาก ลงไพรเมอร์ เขียนขอบปาก และเซ็ตริมฝีปากให้เหมาะสม แล้วลิปสติกของคุณจะติดทนนานที่สุด สนุกกับการทาลิปสติกนะคะ!
วันที่เผยแพร่: 12 มิถุนายน 2567